สิวสงบ สยบสิวที่ WOW กับ โปรแกรม WOW Acne
บรรดาสิวทั้งหลาย วัยรุ่น สิวอุดตัน สิวหัวช้าง ทั้งหลาย ต้องมาสยบกับ WOW Acne

สิวเป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อย เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน ทำให้เชื้อแบคทีเรีย P.acne เจริญเติบโตได้ดี และย่อยสลายไขมันเป็นสารที่มีความสามารถ Recuit เม็ดเลือดขาวมาที่บริเวณนั้นและก่อให้เกิดการอักเสบตามมา

สาเหตุของการเกิดสิวได้แก่

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย คุณผู้หญิงหลายคนคงเข้าใจถึงสาเหตุในข้อนี้เป็นอย่างดี เพราะผู้หญิงหลายคนเมื่อรอบเดือนใกล้มา ก็จะมีสิวขึ้นบริเวณใบหน้าเพราะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย
  • การอุดตันของไขมันในรูขุมขน เมื่อร่างกายขับเหงื่อออกมาในปริมาณมาก แล้วมีฝุ่นหรือไขมันมันไปอุดตันก็จะก่อให้เกิดสิวเกิดขึ้น
  • เชื้อแบคทีเรีย จากมลภาวะในอากาศของปัจจุบันทำให้เชื้อแบคทีเรีย ที่ลอยอยู่ในอากาศมีเพิ่มมากขึ้นทำให้เกิดสิว
    ที่เรียกว่าสิวอักเสบซึ่งมีที่มาจากการติดเชื้อแบคทีเรียมากขึ้นนั่นเอง

สิวมีกี่ประเภท

  • สิวหัวปิด หรือ สิวหัวขาว (White head Acne) เป็นสิวอุดตันชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็กๆ มีสีขาวหรือสีใกล้เคียงกับผิวหนังปกติสิวชนิดนี้เกิดจากน้ำมัน (sebum) ที่ถูกผลิตออกจากต่อมไขมัน (sebaceous glands) ภายในรูขุมขน รวมตัวกับเซลล์ผิวหนังภายในรูขุมขนที่ตายแล้ว และหลุดลอกออก ทำให้เกิดการอุดตันบริเวณช่องเปิดของรูขุมขน (pore) ซึ่งเมื่อเกิดการอุดตัน แล้วทำให้น้ำมันที่ถูกสร้างขึ้น รวมทั้งเศษซากเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วไม่สามารถระบายออกสู่ผิวหนังด้านบนได้ จึงเกิดเป็นลักษณะตุ่มเล็กๆ ใต้ผิวหนัง
  • สิวหัวเปิด หรือ สิวหัวดำ (Black head Acne)  เป็นสิวอุดตันชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นจุดสีดำๆ ซึ่งบางครั้ง อาจมีการ นูนขึ้นจากผิวหนังเล็กน้อยสิวประเภทนี้เกิดจากการที่รูขุมขน (pore) มีรูเปิดที่ค่อนข้างกว้างผิดปกติ ทำให้เม็ดสี (melanin) ซึ่ง เป็นส่วนประกอบหนึ่งภายในน้ำมัน (sebum) ที่ผลิตจากต่อมไขมัน (sebaceous glands) ภายในรูขุมขนสัมผัสกับ อากาศ/อ๊อกซิเจน ภายนอกและเกิดปฏิกิริยาทางเคมี (oxidation) เปลี่ยนไขมันเป็นสีดำ
  • สิวชนิดตุ่มนูนแดง (Papule) มีลักษณะเป็นตุ่มนูนที่มีสีแดง เนื่องจากเกิดการอักเสบ มักมีอาการเจ็บปวด หรือ แสบควบคู่กันด้วยสิวชนิดนี้เป็นสิวที่พัฒนามาจากสิวอุดตัน โดยเกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อรูขุมขนเริ่มอุดตันแล้ว แต่น้ำมัน (sebum) จากต่อมไขมัน (sebaceous glands) ยังคงถูกผลิตขึ้น อยู่เรื่อยๆ เป็นเหตุให้สิวอุดตันใต้ชั้นผิวหนัง มีขนาดใหญ่ขึ้น จนกระทั่งผนังของรูขุมขนที่อุดตันนั้น แตก/รั่วออก ทำให้น้ำมัน, เศษซากผิวที่ตายแล้ว และเชื้อแบคทีเรีย P. acnes กระจายไปสู่ผิวหนังรอบๆ ร่างกายจึงส่งสัญญาณให้เม็ดเลือดขาวเข้ามากำจัดกับเชื้อแบคทีเรีย และสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้น และทำให้เกิดอาการ อักเสบ บวม แดงขึ้น สิวชนิดนี้ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง สามารถพัฒนาไปสู่ สิวหัวหนอง (Pustule) ได้
  • สิวหัวหนอง (Pustule) มีลักษณะเป็นตุ่มหนองสีขาว หรือ สีเหลืองอ่อน ที่นูนขึ้นมาบนผิวหนัง และมีสีแดงอยู่บริเวณรอบๆฐานสิวชนิดนี้พัฒนามาจาก สิวชนิดตุ่มนูนแดง (Pupule) ที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที ซึ่งหนองที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลมาจากการที่ร่างกายส่งสัญญาณให้เม็ดเลือดขาวเข้ามาจัดการกับเชื้อแบคทีเรีย P.acnes และสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ซึ่งได้แก่น้ำมัน และเศษซากผิวหนังที่ตายแล้วที่แตก และกระจายตัวออกจากรูขุมขนที่อุดตันไปยังผิวหนังบริเวณรอบๆ
  • สิวอักเสบแดงเป็นก้อน (Nodular Acne) มีลักษณะเป็นตุ่มสีแดงขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมาบนผิวหนังด้านบน และเมื่อสัมผัสจะรู้สึกเจ็บและเป็นไตแข็งๆสิวชนิดนี้เกิดจากสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ซึ่งได้แก่น้ำมัน (Sebum) และเศษซากผิวหนังที่ตายแล้ว รวมกับเชื้อแบคทีเรีย P.acnes ที่แตกกระจายออกจากรูขุมขนที่อุดตันไปยังผิวหนังรอบๆ ในบริเวณกว้าง หรืออาจเกิดจากการรวมตัวกันของสิวอักเสบในบริเวณใกล้เคียง ทำให้เกิดการอักเสบเป็นบริเวณกว้างขึ้น ซึ่งโดยมากสิวชนิดนี้จะเจ็บมากและอักเสบเป็นเวลานาน นอกจากนี้เมื่อหายแล้วยังเกิดแผลเป็นตามมาอีกด้วย สิวอักเสบแดงเป็นก้อน ถือเป็นสิวอักเสบขั้นรุนแรง ที่ไม่สามารถรักษาเองได้ด้วยยาที่ขายตามร้านขายยาทั่วไป จึงจำเป็นต้องไปพบแพทย์ เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง
  • สิวเป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง (Cystic Acne) ลักษณะภายนอกที่พบเห็นจะคล้ายกับสิวอักเสบแดงเป็นก้อน (Nodular Acne) แต่แตกต่างกันตรงที่สิวชนิดนี้จะมีถุงซีสต์ขนาดใหญ่อยู่ลึกลงไปใต้ชั้นผิวหนัง เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเจ็บมาก สิวชนิดนี้จัดเป็นสิวอักเสบขั้นรุนแรงที่พบได้ไม่บ่อยนัก ซึ่งเกิดจากการอักเสบของสิวที่อยู่ลึกลงไปใต้ชั้นผิวหนัง และเกิดหนองขึ้นจนกลายเป็นก้อนซีสต์ขนาดใหญ่ (Cystic Acne)นี้ไม่สามารถรักษาเองได้ด้วยยาที่ขายตามร้านขายยาทั่วไป นอกจากนี้ยังไม่ควรพยายามบีบออกด้วยตัวเองเพราะจะทำให้เชื้อลุกลามมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องไปพบแพทย์ เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง นอกจากนี้สิวชนิดนี้มักก่อให้เกิดแผลเป็นเสมอ